สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
020671
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
23
4
28
20634
197
112
20671

Your IP: 10.222.129.237
Server Time: 2020-03-31 19:10:02

การขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหาย และจำเลยในคดีอาญา

ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544

          หลักเกณฑ์การขอรับเงินค่าตอบแทนและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544

           เมื่อได้บาดเจ็บหรือตายจากการกระทำผิดทางอาญาของบุคคลอื่นผู้เสียหายขอรับ ทางอาญาของบุคคลอื่น ผู้เสียหายขอรับค่าตอบแทนจากรัฐได้และเมื่อได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย   หรือจิตใจหรือถึงแก่ความตายอันเนื่องมาจากถูกข่มขืน   ถูกทุบตี   หรือฆ่าเพื่อชิงทรัพย์  ถูกลูกหลงถูกทำให้แท้งลูกหรือได้รับบาดเจ็บหรือตายจากการกระทำจากบุคคล อื่น   คนชรา

คนป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และถูกทอดทิ้งเมื่อเกิดเหตุให้ปฏิบัติ ดังนี้

1. แจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าพนักงานตำรวจ  ณ  ท้องที่ที่เกิด

2. พบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษา  กรณีตายให้แจ้งเพื่อออกใบมรณบัตร

3. รวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง 

4. ยื่นคำรับเงินค่าตอบแทนภายใน 1 ปี  นับจากวันที่เกิดเหตุ

สิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหาย

กรณีทั่วไป

1. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน  30,000  บาท

2. ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน  20,000  บาท

3.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ อัตราวันละไม่เกิน  20,000 บาท  ระยะเวลาไม่เกิน  1  ปี

4. ค่าตอบแทนความเสีหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรไม่เกิน 30,000  บาท

กรณีเสียชีวิต

1.ค่าตอบแทนกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย  ตั้งแต่ 30,000  บาท  แต่ไม่เกิน 100,000  บาท

2.ค่าจัดการศพ  จำนวน  20,000  บาท

3.ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู  ไม่เกิน  30,000  บาท

4.ค่าความเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร  แต่ไม่เกิน  30,000 บาท

            เมื่อศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องจำเลยขอรับค่าทดแทนจากรัฐได้

เมื่อถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาและถูกคุมขังในระหว่างที่ศาลพิจารณาคดี  ต่อมาปรากฏ

ข้อเท็จว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด มีการถอนฟ้องระหว่างการพิจารณาคดีหรือศาลพิจารณาแล้วว่าข้อเท็จจริง

ที่ปรากฏ จำเลยไม่ได้กระทำผิดและมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ยกฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติดังนี้

1.ติดต่อเจ้าพนักงานที่อ่านคำพิพากษาเพื่อขอคัดสำเนาเอกสาร  โดยให้เจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้อง  ดังนี้

       -สำเนาคำพิพากษาของศาลทุกศาลที่มีคำพิพากษา

       -สำเนาหมายขัง  หมายจำคุกและหมายปล่อย

      - สำเนาใบแต่งทนายความ

      - หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

2. สำเนาหนังสือว่าจ้างความกรณีที่ไม่ใช่ทนายขอแรง

3. รวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

4. ยื่นคำขอรับเงินค่าทดแทนภายใน 1 ปี นับจากวันที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษาคดีถึงที่สุด

 

สิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของจำเลย

กรณีทั่วไป

1. ค่าทดแทนการถูกคุมขัง  อัตราวันละ  200  บาท

2.ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน  300,000 บาท  ความเจ็บป่วยต้องเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี

3.ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน  50,000 บาท  ความเจ็บป่วยต้องเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี

4.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างถูกดำเนินคดีอัตราวันละไม่เกิน  200  บาท  นับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ

5. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

     - ค่าทนายความเท่าที่จ่ายจริงในอัตราไม่เกินกฎกระทรวงกำหนด

     - ค่าใช้จ่ายอื่นเท่าที่จ่ายจริง  ไม่เกิน  30,000  บาท

กรณีเสียชีวิต

1.ค่าทดแทน  จำนวน  100,000  บาท

2.ค่าจดการงานศพ จำนวน  20,000   บาท

3.ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู  จำนวนไม่เกิน  30,000  บาท

4.ค่าความเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรไม่เกิน  30,000  บาท

 

คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

สถานีตำรวจทั่วประเทศ

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ www.rlpd.moj.go.th

 โทร 02 141 2933-34

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครนายก โทร 037 315002

ขอคุ้มครองความปลอดภัยพยานในคดีอาญา

ให้ ความช่วยเหลือบุคคลที่เป็นพยานในคดีอาญาในกรณีที่พยานหรือผู้ใกล้ชิดถูกข่ม ขู่คุกคาม ด้วยการ คุ้มครองความปลอดภัยได้แก่ อารักขาให้ได้รับความปลอดภัย จัดให้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย ปกปิดข้อมูลที่สามารถระบุตัวพยานได้

พยาน หมายความว่า พยานบุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริง ต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาลในการดำเนินคดีอาญา รวมทั้งผู้ชำนาญการพิเศษ แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลยที่อ้างตนเอง เป็นพยาน

สิทธิของพยานในคดีอาญา ตามกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 มีดังนี้

1. สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยเมื่อถูกคุกคามในฐานพยานในคดีอาญา รวมถึงผู้ใกล้ชิดของพยานในคดีอาญา

2. สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม

3. สิทธิที่จะได้รับเงินค่าตอบแทนจากการมาให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนหรือเบิกความต่อศาล

4. สิทธิที่จะได้รับค่าตอบแทนความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง ทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการเป็นพยานในคดีอาญา

5. สิทธิที่จะได้รับเงินค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

 “มาตรการทั่วไป” ในการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

ขั้นตอนการดำเนินการ

         การยื่นคำร้อง กรณีพยานในคดีอาญาได้รับการข่มขู่คุกคาม พยานสามารถร้องขอ ใช้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานตามกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ได้ที่ : สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ

การสั่งใช้มาตรการทั่วไป มี 2 กรณี

1. กรณีประสานการส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานอื่น การดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานนั้นๆ โดยสำนักงานคุ้มครองพยาน จะสนับสนุนงบประมาณและประสานการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

2. กรณีสำนักงานคุ้มครองพยานดำเนินการเอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีอำนาจ สั่งใช้หรือไม่ใช้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยาน

        การดำเนินการคุ้มครองพยาน กรณีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพสั่งใช้มาตรการทั่วไป สำนักงานคุ้มครองพยานจะกำหนดมาตรการการคุ้มครองพยานตามความเหมาะสม แก่สถานะภาพของพยาน ลักษณะความร้ายแรงของคดี โดยมาตรการการคุ้มครองพยานที่ดำเนินการในปัจจุบัน อาทิ การจัดเจ้าหน้าที่คุ้มครอง การนำพยานไปอยู่ที่ปลอดภัย การย้ายที่อยู่ เป็นต้น

การ อุทธรณ์ กรณีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีคำสั่งไม่รับคำร้อง หากผู้ได้รับคำสั่งไม่พอใจ ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น โดยยื่นอุทธรณ์ได้ที่ศาลยุติธรรมชั้นต้น ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

“มาตรการพิเศษ” ในการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

       มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานเป็นมาตรการคุ้มครองที่ยกระดับความสำคัญของ การคุ้มครองความปลอดภัยให้กับพยาน โดยคดีที่จะร้องขอรับการคุ้มครองจะต้องเป็นคดี ตามที่กฎหมายคุ้มครองพยานกำหนดไว้ และต้องพิจารณาถึงความร้ายแรงแห่งคดีและการกระทำผิด ที่มีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาชญากรรม กระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงแห่งรัฐ

ขั้นตอนการดำเนินการ

       ยื่นคำร้อง กรณีปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุสงสัยว่าพยานในคดีอาญาจะไม่ได้รับความปลอดภัย บุคคลดังต่อไปนี้ สามารถยื่นคำร้องขอใช้มาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน

- พยานหรือผู้รับมอบอำนาจจากพยาน

- บุคคลซึ่งมีประโยชน์เกี่ยวข้องกับพยาน

- พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน สอบสวน คดีอาญา

- พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา

        การ สั่งใช้มาตรการพิเศษ เมื่อคำร้องขอรับการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษได้ผ่านการตรวจสอบความถูก ต้องแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งการให้ใช้หรือไม่ให้ใช้มาตรการเศษในการ คุ้มครองพยาน

         ดำเนิน การคุ้มครองพยาน สำนักงานคุ้มครองพยานหรือหน่วยงานที่ร้องขอจะกำหนดมาตรการคุ้มครองพยานภาย ใต้ความเหมาะสมแก่สถานสภาพของพยาน ลักษณะและความร้ายแรงของคดี โดยกำหนดมาตรการคุ้มครองและช่วยเหลือ เช่น การจัดเจ้าหน้าที่คุ้มครอง การย้ายที่อยู่ การจ่ายค่าเลี้ยงชีพ เป็นต้น

         การอุทธรณ์กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีคำสั่ง ไม่รับคำร้อง หากผู้ได้รับคำสั่งไม่พอใจคำสั่งก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น โดยยื่นได้ที่ศาลยุติธรรมชั้นต้น หรือศาลทหารชั้นต้นที่มีเขตอำนาจเหนือคดี หรือที่บุคคลนั้นมีที่อยู่ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

คดีอาญาที่พยานสามารถร้องขอรับการคุ้มครองตามมาตรการพิเศษ

- คดีความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด

- คดีตามกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามการฟอกเงิน

- คดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

- คดีตามกฎหมายว่าด้วยศุลกาการ

- คดีเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

- คดีความผิดเกี่ยวกับเพศ

- คดีความผิดเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม

- คดีความผิดที่มีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น

- คดีที่สำนักงานคุ้มครองพยานเห็นสมควรให้ความคุ้มครอง

ท่านสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่

สำนักงานคุ้มครองพยาน

ส่วนกลาง

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 6

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ฯ อาคาร ราชบุรีดิเรกฤทธิ์

ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210

โทรศัพท์ 0 2141 2941-65 โทรสาร 0 2143 9672-3

ส่วนภูมิภาค

ที่ “คลินิกยุติธรรม”

ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรม

     ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนด้านกฏหมายการฟ้องร้องคดี เช่น การวางเงินประกันตัว ผู้ต้องหาในคดีอาญา การจ้างทนายความว่าความ การชำระค่าธรรมเนียมขึ้นศาล    

     เพื่อให้มีการสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนใน ด้านกฎหมาย การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความ เป็นธรรม หรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงผู้ที่กระทำการใดๆ เพื่อปกป้อง คุ้มครอง หรือรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม

กองทุนยุติธรรมสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชน ดังนี้

     การวางเงินประกันการปล่อยตัวชั่วคราว

     การจ้างทนายความ

     ค่าธรรมเนียมขึ้นศาลและค่าธรรมเนียมอื่นๆ  ในคดีแพ่ง และคดีปกครอง

     ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์

     ค่าใช้จ่ายอื่นของผู้ขอรับการสนับสนุน ได้แก่ ค่าพาหนะเดินทาง ค่าที่พัก

     ค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อคุ้มครองช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัย

     ค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากความเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญา ที่มีผลกระทบต่อกลุ่มบุคคลตั้งแต่สิบรายขึ้นไป

     ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนยุติธรรม

หลักเกณฑ์การพิจารณา

     คำขอรับการสนับสนุน ฯ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๙ ของระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรม พ.ศ.๒๕๕๓  ดังต่อไปนี้

ความสามารถในการให้ความช่วยเหลือของกองทุน

     พฤติกรรมและข้อเท็จจริงของผู้ขอรับการสนับสนุนต้องเป็นเรื่องการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพหรือปกป้องรักษาประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน

     ลักษณะ ของการกระทำผิดหรือการกระทำละเมิดที่มีผลกระทบต่อประชาชนให้ได้รับความเสีย หายหรือเกิดภัยพิบัติต่อส่วนรวมหรือความมั่นคงของประเทศ

     ลักษณะของการกระทำผิดหรือการกระทำละเมิดที่มีกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนหรือกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

     เรื่องที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนความมั่นคงของประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

     พฤติกรรม ข้อเท็จจริงและเงื่อนไขอื่นๆ ตามสถานการณ์ สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น เช่น การช่วยเหลือให้พ้นจากการกระทำของผู้มีอิทธิพลหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิ ชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นต้น

ความสามารถทางเศรษฐกิจของผู้ขอรับการสนับสนุน

     การสนับสนุนของกองทุนนี้ให้คำนึงถึงโอกาสที่ผู้ขอรับการสนับสนุนจะได้รับการช่วยเหลือหรือบรรเทาความเสียหายตามกฎหมายอื่นด้วย

     การสนับสนุนเงินหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนเพื่อให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนยุติธรรมแท้จริง อาจมีการกำหนดเงื่อนไขเป็นการเฉพาะเรื่องตามที่คณะกรรมการกำหนดได้

หลักฐานการขอรับการสนับสนุน

     สำเนาบัตรประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่รัฐ

     สำเนาทะเบียนบ้าน

     สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)

     หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับคดี

     แจ้งความประสงค์ด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์

ระยะเวลาการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ

     มาตรฐาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ พิจารณาคำขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรม รวมการปฏิบัติ 4 ขั้นตอน ระยะเวลา 30 วันทำการ

จัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในคดีอาญา

          มาตรา 134/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในการจัดหา ทนายความให้แก่ผู้ต้องหาในการสอบสวนคดีอาญาโดยให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์  วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดในกฏกระทรวง และให้ทนายความที่รัฐจัดหาให้ได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่ กระทรวงยุติธรรมกำหนดด้วยเจตนารมณ์ที่จะให้ความช่วยเหลืือประชาชนทางกฎหมาย โดยการให้มีทนายความเพื่อให้เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำและช่วยเหลือทางกฎหมาย ตลอดระยะเวลาการสอบสวนและให้ทนายความมีสิทธิได้รับเงินรางวัลและค่าตอบแทนใน การปฏิบัติหน้าที่

           ในการนี้ กระทรวงยุติธรรมจึงได้ดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ  และเงื่อนไขที่พนักงานสอบสวนต้องปฏิบัติในการจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหา ในคดีอาญา พ.ศ.2549 และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่รัฐจัดหาให้แก่ผู้ต้องหาในคดีอาญา พ.ศ. 2550 เพื่อรองรับบทบัญญัติดังกล่าว

 ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการจัดหาทนายความได้

            1.คดีที่ผู้ต้อหามีอัตราโทษประหารชีวิตและไม่มีทนายความ

            2.คดีที่ผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปี  ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาและไม่มีทนายความ

            3.คดีที่ผู้ต้องหามีอัตราโทษจำคุก  ไม่มีทนายความ  และต้องการให้รัฐจัดหาทนายความให้

 กระบวนการส่งเสริมสิทธิแก่ผู้ต้องหาในการสอบสวนคดีอาญา

เมื่อผู้ต้องหาถูกจับกุม

           ขั้นตอนที่ 1.พนักงานสอบสวนแจ้งสิทธิและจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาจากรายชื่อทนายความที่มี อยู่ในเขตท้องที่นั้น

           ขั้นตอนที่ 2.ทนายความปฏิบัติหน้าที่และยื่นคำขอรับเงินรางวัลและค่าใช้จ่าย

           ขั้นตอนที่ 3.ผู้แทนกระทรวงยุติธรรมพิจารณาเบิกจ่ายรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความ

หน้าที่ของทนายความ

- ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย

- เข้าร่วมการสอบปากคำ

- ยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหา

- รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี

- ว่าต่างแก้ให้แก่ผู้ต้องหาในขั้นสอบสวน

สิทธิที่จะปฏิเสธไม่รับทนายความที่พนักงานสอบสวนจัดหาให้

เมื่อ พนักงานสอบสวนจัดหาทนยความให้แล้ว ถ้ามีเหตุอันสมควรใดที่เห็นว่าทนายความที่จัดหาให้อาจไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ทนายความได้อย่างเต็มความสามารถ ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่รับทนายความที่พนักงานสอบสวนจัดหาได้

 เหตุอันสมควรในการปฏิเสธไม่รับทนายความ

-ทนายความมีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องอยู่ในคดี

-ทนายความเป็นญาติเกี่ยวข้องกับคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง

 การร้องขอให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดหาทนายความแทนพนักงานสอบสวน

เมื่อ ผู้ต้องหามีเหตุอันสมควรที่จะปฏิเสธไม่รับทนายความที่พนักงานสอบสวนจัดหาให้ ผู้ต้องหาหรือผู้ได้รับมอบหมายที่พนักงานสอบสวนจัดหาให้ ผู้ต้องหาหรือผู้ได้รับมอบหมายอาจร้องขอให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดหาทนายความ ให้แทนพนักงานสอบสวน โดยอาจทำได้ในวิธีอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้

1. ร้องขอต่อผู้แทนกระทรวงยุติธรรม

ในกรุงเทพ ได้แก่ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

ในต่างจังหวัด ได้แก่ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานยุติธรรม

 2. ร้องขอต่อผู้แทนสภาทนายความ

ในกรุงเทพ ได้แก่ นายกสภาทนายความหรือที่ได้รับมอบหมาย

ในต่างจังหวัด ได้แก่ ประธานสภาทนายความจังหวัดหรือได้รับมอบหมาย

         ผู้ต้องหาไม่ต้องจ่ายเงินค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายให้แก่ทนายความ

ทนาย ความมีสิทธิได้รับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าทีจากกระทรวง ยุติธรรม ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ ทนายความที่รัฐจัดหาให้แก่ผู้ต้องหาในคดีอาญา พ.ศ. 2550

        อัตราเงินรางวัลทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่เงินรางวัลทนายความที่ปฏิบัติหน้าที่

คดีประเภทที่ 1 คือ คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต อัตราเงินรางวัล 20,000 บาท

คดีประเภทที่ 2 คือ คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไปแต่ไม่ถึงกับประหารชีวิตอัตราเงินรางวัล 15,000 บาท

คดีประเภทที่ 3 คือ คดีอื่นนอกจากคดีในประเภทที่ 1 หรือประเภทที่ 2 หรือกรณีคดีเกี่ยวกับยเสพติดให้โทษในความผิดฐานครอบครองหรือเสพ อัตราเงินรางวัล 10,00 บาท

คดีประเภทที่ 4 คือ คดีที่มีอยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงและผู้ต้องหาในการรับสภาพ อัตราเงินรางวัล 500 บาท

เอกสารประกอบการยื่นคำขอรับเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายของทนายความ

          คำขอรับเงินรางวัลและค่าใช้จ่าย สำเนาหนังสือแต่งตั้งทนายความ หนังสือรับรองการปฏิบัติหน้าที่ รายงานการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ (ถ้ามี) ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนด

ขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย และให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

     คลินิกยุติธรรม

     ประชาชน ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม  เมื่อต้องถูกดำเนินคดี หรือมีปัญหาคับข้องใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย  เช่น  การขอประกันตัวผู้ต้องหา  การขออุทธรณ์สิทธิครอบครองที่ดิน  ถูกฟ้องขับไล่ออกจากที่ดิน  กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน  เป็นต้น  บุคคลเหล่านี้มักจะแก้ปัญหาด้วยตนเอง  เพราะไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการจากรัฐ  หากไปพึ่งสำนักงานกฎหมายของเอกชนก็คงลำบาก เพราะจะต้องมีค่าใช้จ่าย

     ปัจจุบัน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ตั้งคลินิกยุติรรมขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีจำนวน  82  แห่ง  เพื่อเป็นที่พึ่งที่แท้จริงให้กับประชาชน  ท่านสะดวกที่ไหน ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น  ซึ่งจะมีทนายความอาสา  โดยความร่วมมือจากทนายความให้บริการฟรี  หากท่านไม่สามารถมาด้วยตนเองได้  จะมอบให้บุคคลอื่นมาทำการแทนหรือจะเป็นการปรึกษาทางโทรศัพท์ก็ได้  หรือทาง E-Justice Clinic ได้ที่ www.rlpd.moj.go.th

     คลินิกยุติธรรมที่ว่านี้ ให้บริการอะไรและตั้งอยู่ที่ใดบ้าง  คลินิกยุติธรรมมีบริการหลัก ๆ ได้แก่ ให้ คำปรึกษาทางกฎหมาย  รับเรื่องราวร้องทุกข์  การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย  ยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา  คลิกนิกยุติธรรมทุกแห่งให้บริการตามวันและเวลาของทางราชการ 

     ตัวอย่าง การให้บริการของคลินิกยุติธรรม  การรับเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีผู้ร้องเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม  เช่น  กรณีถูกตำรวจซ้อมให้รับสารภาพถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่  ปัญหาเงินกู้นอกระบบ  ปัญหาเด็ก สตรี ถูกล่วงละเมิดทางเพศ  ปัญหาสิ่งแวดล้อม  การให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย  เช่น  การขอย้ายนักโทษ  การขอให้ช่วยในการเขียนอุทธรณ์  หรือขอขยายการยื่นคำอุทธรณ์  การขอทนายความว่าต่างแก้ต่างในคดีผ่านทางคลินิกยุติธรรม  กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ  จะเป็นผู้ประสานงานส่งต่อสภาพทนายความเพื่อพิจารณาคุณสมบัตรและหลักเกณณฑ์ ที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติทนายความฯ

Facebook Fanbox SimpleWeb

ติดต่อสำนักงาน

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครนายก เลขที่ 74/14-15 ถนนสุวรรณศร ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000 โทร 037-315002 โทรสาร 037-3155053